บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

loungta maha bou

ประชาชนและศิษยานุศิษย์นับหมื่นคนจากทั่วสารทิศหลังทราบข่าวหลวงตาบัวละสังขาร เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด หลั่งไหลเดินทางมายังวัดป่าบ้านตาดเพื่อรดน้ำศพหลวงตามหาบัวอย่างเนืองแน่น เผยพินัยกรรมหลวงตามหาบัวฯ ยกให้คลังหลวงทั้งหมด




ภายหลังจากข่าวหลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดป่าบ้านตาด เมื่อเวลา 03.53 น.ของวันที่ 30 ม.ค.54 ปรากฎว่าบรรยากาศที่บริเวณวัดป่าบ้านตาดตลอดทั้งวัน เนืองแน่นไปด้วยประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางหลั่งไหลเข้ามายังวัดป่าบ้านตาดเพื่อร่วมรดน้ำศพหลวงตาบัวอย่างเนืองแน่น



ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำสายสิญจน์โยงจากด้านบนศาลาการเปรียญมาข้างล่างเพื่อให้ประชาชนได้รดน้ำศพหลวงตามหาบัวฯ ข้างล่าง ขณะที่ถนนทางเข้าวัดป่าบ้านตาดขณะนี้รถติดเป็นทางยาวกว่า 20 กม.



พร้อมกันนี้คณะสงฆ์ก็มอบให้พระอาจารย์สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้ทำการอ่านพินัยกรรมของหลวงตามหาบัว ซึ่งพินัยกรรมของหลวงตามีดังนี้คือ "พินัยกรรมฉบับนี้ทำที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2543 ข้าพเจ้าพระธรรมวิสุทธิมงคล (พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) อายุ 87 ปี พำนักอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ขอทำพินัยกรรมฉบับนี้เพื่อให้ทราบว่า เมื่อข้าพเจ้ามรณภาพแล้ว ให้จัดการทรัพย์สินและทำงานศพข้าพเจ้าดังนี้



1. บรรดาทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วในขณะที่ข้าพเจ้ามรณภาพ และบรรดาทรัพย์สินต่าง ๆ ที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้าให้จัดการดังนี้

1.1 ส่วนที่เป็นทองคำให้หลอมเป็นทองคำแท่ง 1.2 ส่วนที่เป็นเงินไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดให้นำเข้าซื้อทองคำแท่ง ให้นำทองคำแท่งทั้ง ข้อ 1.1 และ 1.2 ไปมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็น เงินทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย โดยข้าพเจ้าไม่มีเจตนาที่ใช้บุคคลใดหรือคณะบุคคลใดนำไปใช้ในงานอันใด นอกจากใช้เป็นเงินทุนสำรองของประเทศ



2. .ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดงานศพและจัดการดูแลทรัพย์สินทั้งปวงที่มีอยู่ในขณะมรณภาพและที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้าโดยให้ดำเนินการอย่างเปิดเผยและดำเนินการตามเจตนาของข้าพเจ้าระบุไว้ในข้อ 1.



3. ให้คณะกรรมการตามข้อ 2 จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.พระอาจารย์ฝัก สันติธรรมโม (มรณภาพแล้ว) 2.พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก 3.พระปัญญา วัตโก 4.พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต 5.องคมนตรี ดร.เชาวน์ ณ ศีลวัน 6.นายศิริ คูสกุล 7.ม.ร.ว.ทองศิริ ทองแถม 8.พ.ต.อ.กฤษดา บูรณพานิช 9 พ.ต.ประชัย นาวินรัตน์



4. ข้าพเจ้าขอตั้งให้พระสุดใจ ทันตมโน เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้าพินัยกรรมฉบับนี้ทำไว้ 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน เก็บไว้ 3 แห่งคือ ฉบับแรกที่วัดป่าบ้านตาด ฉบับที่ 2 เก็บไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุดรธานี ฉบับที่ 3 เก็บไว้ที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาอุดรธานี



พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นด้วยความสมัครใจของข้าพเจ้าและข้าพเจ้ายังมีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่าง จึงชื่อไว้ต่อหน้าพยาน ลงชื่อ พระมหาบัว ญาณสัมปัญโญ (พระธรรมวิสุทธิมงคล) ลงชื่อพระปัญญา วัตโก พยาน และ พระสุดใจ ทันตมโน พยาน



ส่วนกำหนดในช่วงเย็นเวลา 18.00 น.จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแด่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ







ประชาชนและศิษยานุศิษย์นับหมื่นคนจากทั่วสารทิศหลังทราบข่าวหลวงตาบัวละสังขาร เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด หลั่งไหลเดินทางมายังวัดป่าบ้านตาดเพื่อรดน้ำศพหลวงตามหาบัวอย่างเนืองแน่น เผยพินัยกรรมหลวงตามหาบัวฯ ยกให้คลังหลวงทั้งหมด



ภายหลังจากข่าวหลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิวัดป่าบ้านตาด เมื่อเวลา 03.53 น.ของวันที่ 30 ม.ค.54 ปรากฎว่าบรรยากาศที่บริเวณวัดป่าบ้านตาดตลอดทั้งวัน เนืองแน่นไปด้วยประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางหลั่งไหลเข้ามายังวัดป่าบ้านตาดเพื่อร่วมรดน้ำศพหลวงตาบัวอย่างเนืองแน่น



ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำสายสิญจน์โยงจากด้านบนศาลาการเปรียญมาข้างล่างเพื่อให้ประชาชนได้รดน้ำศพหลวงตามหาบัวฯ ข้างล่าง ขณะที่ถนนทางเข้าวัดป่าบ้านตาดขณะนี้รถติดเป็นทางยาวกว่า 20 กม.



พร้อมกันนี้คณะสงฆ์ก็มอบให้พระอาจารย์สนฺตุสฺสโก วัดป่านาคำน้อย บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ได้ทำการอ่านพินัยกรรมของหลวงตามหาบัว ซึ่งพินัยกรรมของหลวงตามีดังนี้คือ "พินัยกรรมฉบับนี้ทำที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2543 ข้าพเจ้าพระธรรมวิสุทธิมงคล (พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) อายุ 87 ปี พำนักอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ขอทำพินัยกรรมฉบับนี้เพื่อให้ทราบว่า เมื่อข้าพเจ้ามรณภาพแล้ว ให้จัดการทรัพย์สินและทำงานศพข้าพเจ้าดังนี้



1. บรรดาทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วในขณะที่ข้าพเจ้ามรณภาพ และบรรดาทรัพย์สินต่าง ๆ ที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้าให้จัดการดังนี้

1.1 ส่วนที่เป็นทองคำให้หลอมเป็นทองคำแท่ง 1.2 ส่วนที่เป็นเงินไม่ว่าจะเป็นเงินสกุลใดให้นำเข้าซื้อทองคำแท่ง ให้นำทองคำแท่งทั้ง ข้อ 1.1 และ 1.2 ไปมอบให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อใช้เป็น เงินทุนสำรองเงินตราของฝ่ายบำบัดธนาคารแห่งประเทศไทย โดยข้าพเจ้าไม่มีเจตนาที่ใช้บุคคลใดหรือคณะบุคคลใดนำไปใช้ในงานอันใด นอกจากใช้เป็นเงินทุนสำรองของประเทศ



2. .ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นจัดงานศพและจัดการดูแลทรัพย์สินทั้งปวงที่มีอยู่ในขณะมรณภาพและที่จะได้รับบริจาคในงานศพของข้าพเจ้าโดยให้ดำเนินการอย่างเปิดเผยและดำเนินการตามเจตนาของข้าพเจ้าระบุไว้ในข้อ 1.



3. ให้คณะกรรมการตามข้อ 2 จำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.พระอาจารย์ฝัก สันติธรรมโม (มรณภาพแล้ว) 2.พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก 3.พระปัญญา วัตโก 4.พระอาจารย์วันชัย วิจิตโต 5.องคมนตรี ดร.เชาวน์ ณ ศีลวัน 6.นายศิริ คูสกุล 7.ม.ร.ว.ทองศิริ ทองแถม 8.พ.ต.อ.กฤษดา บูรณพานิช 9 พ.ต.ประชัย นาวินรัตน์



4. ข้าพเจ้าขอตั้งให้พระสุดใจ ทันตมโน เป็นผู้จัดการมรดกของข้าพเจ้าพินัยกรรมฉบับนี้ทำไว้ 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน เก็บไว้ 3 แห่งคือ ฉบับแรกที่วัดป่าบ้านตาด ฉบับที่ 2 เก็บไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอุดรธานี ฉบับที่ 3 เก็บไว้ที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาอุดรธานี



พินัยกรรมฉบับนี้ทำขึ้นด้วยความสมัครใจของข้าพเจ้าและข้าพเจ้ายังมีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่าง จึงชื่อไว้ต่อหน้าพยาน ลงชื่อ พระมหาบัว ญาณสัมปัญโญ (พระธรรมวิสุทธิมงคล) ลงชื่อพระปัญญา วัตโก พยาน และ พระสุดใจ ทันตมโน พยาน



ส่วนกำหนดในช่วงเย็นเวลา 18.00 น.จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแด่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ

ฉันฟังธรรมะ ของหลวงตามหาบัวทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 103.25 แมกเฮร์ซ ทุกวันทุกคืนทั้งหลับและตื่น เสียดายยิ่งนักที่ท่านละสังขาร ประมาณ สิริอายุ 97 ปี 5 เดือนเศษ ไปสู่นิพพานในปัจจุบัน ขอให้ทุกท่านจดจำ ธรรมะ คำสอนของท่าน แล้วถือปฎิบัติ และเคร่งครัด เพื่อสวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ โดยยึดหลักกตัญญู รู้คุณ เหมือนท่านมีต่อ พระอาจารย์มั่น แล้วทุกท่านจะเจริญ ทำมาค้าขึ้น

แสวงภัทรศิริ หลงศิริ wwww.patsiri.com

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2554

Patsiri.com เว็บเพื่อสุขภาพของคุณ Pinkherbal หน้าแรก

Patsiri.com เว็บเพื่อสุขภาพของคุณ Pinkherbal หน้าแรก
โครงการผู้ก่อการบุญได้จัดทำภาพกสิณในแบบต่างๆ และภาพพระพุทธเพื่อใช้ในการฝึกสมาธิอย่างง่าย บนจอคอมพิวเตอร์การฝึกทำสมาธิมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ผู้สอนจะนำมาแนะนำ ทางโครงการผู้ก่อการบุญ จะแนะนำการทำสมาธิพอ ปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้การฝึกหายใจให้สมบูรณ์ คือการฝึกหายใจให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนอย่างเต็มที่ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง และจิตใจแจ่มใส การอยู่ในอริยาบทที่สบาย ถ้านั่งก็นั่งแบบสบายๆ แต่ไม่ต้องเอนไปเอนมา เป็นมนุษย์ไร้สันหลังนะครับ ค่อยๆหายใจเข้าลึกๆ จนลมหายใจไปถึงกระบังลม ที่เรียกว่าหายใจเข้าท้องป่อง หลังจากนั้นก็หยุดหายใจสัก ๒-๔ วินาที เพื่อให้ปอดได้รับอ็อกซิเจนอย่างเต็มที่ แล้วจึงค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกอย่างช้าๆ จนท้องแฟ่บ ซึ่งข้อมูลการหายใจแบบนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก หนังสือ วิทยาศาสตร์การหายใจ ของเจ้าคุณนรฯ ซึ่งได้แปลและเรียบเรียงค้นคว้าขึ้นมา ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตอนนี้หนังสือเป็นลิขสิทธิ์ ของมูลนิธิเจ้าคุณนรฯ เมื่อหายใจอย่างสมบูรณ์แล้วก็มาเริ่มฝึกสมาธิกัน โดยท่านสามารถเลือกได้ว่าจะฝึกสมาธิกับอะไร เช่น การเพ่งกสิณ การมองพระพุทธรูป และที่นิยมคือการติดตามลมหายใจของตนเองในขณะนั่ง และติดตามการเดินของตนเอง ในขณะเดินจงกลม ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกสมาธิที่ได้ผลดีชนิดหนึ่ง ในบางตำรา และบางสำนัก นิยมให้ฝึกสมาธิแบบเป็นชุด คือ เดินจงกลมส่วนหนึ่ง เสร็จแล้วมานั่งสมาธิอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้การฝึกสมาธิ พัฒนาไปได้เร็วยิ่งขึ้น บางตำราให้เพิ่มการนอนสมาธิ หลังจากการนั่งสมาธิ อีกส่วนหนึ่งด้วย ก่อนทำสมาธินั้นควรตั้งจิต อธิษฐานว่าจะทำสมาธิ รวมทั้งมนัสการคุณพระรัตนตรัยก่อน สำหรับการจัดท่าทางการทำสมาธินั้น ขอให้ผ่อนคลายแต่อย่าสบายจนหลับแล้วกัน ข้อควรระวังที่ทำให้สมาธิฟุ้งซ่าน และไม่พัฒนาก็คือ การติดอยู่กับทางโลก โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่อง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ต่างๆ ชวนพาให้จิตใจฟุ้งซ่าน เตลิดเปิดเปิงไปได้ง่ายๆ ความง่วงเหงาหาวนอน ก็เป็นตัวบั้นทอนสมาธิที่ร้ายกาจ การปล่อยอารมณ์โกรธ อาฆาตพยาบาทก็เป็นตัวทำลายสมาธิ และความลังเลสงสัย ในผลของการปฏิบัติก็เป็นตัวปัญหาสำคัญที่ทำให้การฝึกสมาธิไม่เป็นผล ที่ทางธรรมเรียกสิ่ง ต่างๆ เหล่านี้ว่า นิวรณ์ทั้ง ๕ ซึ่งจำเป็นต้องปล่อยวางก่อนจะเข้าสู่การทำสมาธิ หลังการทำสมาธิ ควรอุทิศบุญที่สำเร็จแก่ ตนเอง มารดาบิดา ญาติ ครูอาจารย์ เทพเทวา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกรูปทุกปาง เจ้าบุญนายคุณ เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาแก่สัตว์โลกทั้งหลาย ::: การฝึกการหายใจแบบสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กับการฝึกสมาธิขั้นต้น ควรฝึกขั้นตอนนี้ให้ชำนาญก่อนฝึกขั้นตอนต่อไป ::: การฝึกสมาธิโดยการเพ่งกสิณ การฝึกเพ่งกสิน เป็นวิธีการทำสมาธิ และทำวิปัสสนากรรมฐานขั้นพื้นฐาน การปฏิบัติ คือมีสมาธิจดจ่ออยู่กับภาพกสิณ เพื่อฝึกให้จิตนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งการฝึกกับจอคอมพิวเตอร์ควรใช้เวลาไม่เกินครั้งละ 10 นาที และไม่ควรเพ่งสายตา ควรมองไปที่จุดกสิณเรื่อยๆ อย่างสงบ และใจเย็น และควรยกเลิกการตั้งค่า สกรีนเซฟเวอร์ เสียก่อน มิฉะนั้นอาจทำให้สมาธิหลุดได้ เพราะการทำสมาธิอยู่นั้นจิตจะจดจ่ออยู่กับภาพกสิณ หากมีการดับ หรือเปลี่ยนภาพ โดยไม่รู้ตัว อาจทำให้ตกใจได้การทำสมาธิหน้าคอมฯ มีให้เลือก ๓ แบบ คือแบบเงียบไม่มีเสียง เหมาะสำหรับการเพ่งกสิณด้วยใจสงบ ไม่ให้มีสิ่งอื่นใดมารบกวนสมาธิจากภาพกสิณ และแบบมีเสียงสวดมนต์ซึ่ง ใช้ใน 2 กรณีคือ สำหรับผู้ฝึกทำให้มีสมาธิดีแล้ว สมาธิรวบรวมสมาธิให้เท่าทันทั้ง การหายใจของตนเอง ภาพที่อยู่ตรงหน้า และเสียงที่ได้ยิน สำหรับผู้ที่ยังไม่มีสมาธิมากนัก แบบมีเสียงสวดมนต์จะช่วยให้ผ่อนคลาย โปรดทำจิตใจให้สงบ และเปิดเสียงสวดมนต์อย่าเสียงดังมาก ฝึกเพ่งกสิณกับเปลวเทียน( แบบเงียบ )(แบบมีเสียงสวดมนต์ อิติปิโส ๑๐๘ จบ)(แบบมีเสียงสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ) ฝึกเพ่งกสิณกับจุดแสง รัศมีเปลี่ยนสี( แบบเงียบ )(แบบมีเสียงสวดมนต์ อิติปิโส ๑๐๘ จบ)(แบบมีเสียงสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ) ฝึกเพ่งกสิณกับจุดแสง รัศมีสีแดง( แบบเงียบ )(แบบมีเสียงสวดมนต์ อิติปิโส ๑๐๘ จบ)(แบบมีเสียงสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ) ฝึกเพ่งกสิณกับจุดแสง รัศมีสีน้ำเงิน( แบบเงียบ )(แบบมีเสียงสวดมนต์ อิติปิโส ๑๐๘ จบ)(แบบมีเสียงสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ) ฝึกเพ่งกสิณกับจุดสีเขียว( แบบเงียบ )(แบบมีเสียงสวดมนต์ อิติปิโส ๑๐๘ จบ)(แบบมีเสียงสวดมนต์ พระคาถาชินบัญชร ๙ จบ) :: การฝึกสมาธิโดยการเพ่งภาพพระพุทธรูป เพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธ อย่างมองจุดใดจุดหนึ่งขององค์พระพุทธรูป ให้มองภาพรวมแล้วค่อยๆ จดจำภาพจนติดอยู่ในใจ แม้หลับตาแล้วก็สามารถเรียกภาพองค์พระพุทธรูปปรากฏอยู่ในความรู้สึกได้ หากสมาธิสูงขึ้น ให้ระลึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรรม จะยกระดับสมาธิ และจิตใจให้สูงขึ้นได้การฝึกกับจอคอมพิวเตอร์ควรใช้เวลาไม่เกินครั้งละ 10 นาที และไม่ควรเพ่งสายตา ควรมองไปที่ภาพพระพุทธรูปเรื่อยๆ อย่างสงบ และใจเย็น และควรยกเลิกการตั้งค่า สกรีนเซฟเวอร์ เสียก่อน มิฉะนั้นอาจทำให้สมาธิหลุดได้ เพราะการทำสมาธิอยู่นั้นจิต จะจดจ่ออยู่กับภาพกสิณ หากมีการดับ หรือเปลี่ยนภาพ โดยไม่รู้ตัว อาจทำให้ตกใจได้การทำสมาธิหน้าคอมฯ มีให้เลือก ๓ แบบ คือแบบเงียบไม่มีเสียง เหมาะสำหรับการเพ่งกสิณด้วยใจสงบ ไม่ให้มีสิ่งอื่นใดมารบกวนสมาธิจากภาพกสิณ และแบบมีเสียงสวดมนต์ซึ่ง ใช้ใน 2 กรณีคือ สำหรับผู้ฝึกทำให้มีสมาธิดีแล้ว สมาธิรวบรวมสมาธิให้เท่าทันทั้ง การหายใจของตนเอง ภาพที่อยู่ตรงหน้า และเสียงที่ได้ยิน สำหรับผู้ที่ยังไม่มีสมาธิมากนัก แบบมีเสียงสวดมนต์จะช่วยให้ผ่อนคลาย โปรดทำจิตใจให้สงบ และเปิดเสียงสวดมนต์อย่าเสียงดังมาก www.patsiri.com

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

Facebook

Facebook
http://translate.google.co.th/?hl=th&tab=wT#-- แบ่งปันโดยใช้ Google Toolbar
วันนี้งันอาทิตย์ นอนตื่นสายไปหน่อยแล้วสวดมนต์ รับศีลต่อหน้าพระพุทธรูป สวดมนต์ อิติปิโส สรรค์เสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ สมัยหนึ่งที่พระพุทธองค์ประชวร พระอินทร์ หรือพระสักกะเทวาธิราช ซึ่งเป็นเทพชั้นสูงเหนือทวยเทพทั้งหมด ได้ลงมารับใช้เทกระโถน มูต คูต ของพระพุทธเจ้า ด้วยตัวของท่านเอง ที่จริงแล้วพระอินทร์จะใช้เทวดาองค์ได นางฟ้าองค์ได หรือท้าวโลกบาล ซึ่งอยู่ใกล้มนุษย์มาก มารับใช้แทนก็ได้ แต่ด้วยความเคารพนับถือที่สุด จึงมาถวายการรับใช้ เท อุจจาระ ปัสสาวะ พระพุทธองค์ ด้วยองค์เอง แล้วต้องการทำเป็นตัวอย่างให้ทวยเทพทั้งหลายเห็นเป็นตัวอย่าง ว่าพระพุทธองค์สูงส่งขนาดไหน ไม่ต้องใช้หอกดาบ ปืนอาก้า ระเบิดชีโฟร์ เป็นอาวุธ ท่านใช้เมตตา แม้แต่เทวมาลย์ ที่ทวยเทพยังกลัว ลงมาก่อกวนพระพุทธองค์ ที่ใกล้จะตรัสรู้ ท่านยังเอาชนะมาลย์ด้วยความเมตตา (พระพุทธรูปปางพิชิตมาลย์) นี่คือความเมตตาของพระพุทธองค์ ชนะทั้งปวง ไม่ต้องใช้อาวุธ ขอเชิญอ่าน พระไตรปิฏก และพุทธชาดก เข้าไปที่กูเกิลก็ได้แสวงภัทรศิริ หลงศิริwww.patsiri.com
ดูภาพใน Bing

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

Pat John Pater Longsiri

Pat John Pater Longsiri
วัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุง กับ...พระนักพัฒนา
จากกรุงเทพฯ วิ่งไปทางสายบางนา ชลบุรี พอถึงทางแยกชลบุรี ฉะเชิงเทรา วิ่งไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา เข้าเขต อ.บางน้ำเปรี้ยว พอถึง อ.บางน้ำเปรี้ยว วิ่งทางสายปราจีนบุรี-บ้านสร้าง แล้วขับไปเรื่อยๆ จนถึง สภ.บางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา จะผ่านตลาดบางขนาก แล้วจะมีป้ายบอกเส้นทางตลอดสายไปจนถึงวัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๒๑/๔ หมู่ ๒ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
พระครูสมุห์ชัยรัตน์ ชินะวะโร เจ้าอาวาสวัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุง อายุ ๕๔ พรรษา ๒๘ พรรษา ได้เล่าถึงประวัติของวัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุงว่า เดิมสร้างเป็นที่พักสงฆ์ธรรมดาเท่านั้น แต่พอเริ่มปี พ.ศ.๒๕๔๖ ก็มีผู้ใจบุญถวายที่ดินให้สร้างวัด คือนายสายบัว หลงศิริ สร้างมาเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๖ ซึ่งเดิมเป็นที่พักสงฆ์และขอเลื่อนมาเป็นวัดเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๙ ประมาณเดือนธันวาคม ได้ตั้งเป็นวัดชื่อว่า "วัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุง" ได้ก่อร่างสร้างมาจนถึงปัจจุบัน
โดยมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๓ ไร่เศษ และผู้ใหญ่สุวรรณ ถวายให้อีก ๓ ไร่ รวมเป็นทั้งหมด ๑๖ ไร่เศษ เดิมเนื้อที่เป็นบ่อกุ้งทั้งหมดได้ถมดินไปประมาณเกือบ ๒ ล้านบาท และได้สร้างศาลาอเนกประสงค์เป็นศาลาจาก ต้องมีกุฏิ ๕ หลัง พระสงฆ์อย่างน้อย ๕ รูป ต้องมีโบสถ์ ศาลาการเปรียญ ก็เลยนำเอาศาลาจากมาเป็นศาลาการเปรียญ ครบ ๕ หลัง ตั้งเป็นวัดได้ โดยสร้างมาได้เกือบ ๗ ปี ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีทั้งหมดเพราะยังขาดปัจจัยในการสร้างอีกเยอะมาก
ก่อนนั้นพระครูสมุห์ชัยรัตน์ ชินะวะโร ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดประชาบำรุง อ.บางน้ำเปรี้ยว พอพระครูท่านอยากจะสร้างวัดตรงนี้ เจ้าคณะอำเภอบางน้ำเปรี้ยวจึงส่งตัวพระครูสมุห์ชัยรัตน์ ชินะวะโร มาสร้างวัด โดย หลวงพ่ออาคม สุภาพร เป็นครูบาอาจารย์ส่งตัวมาสร้างวัดบัวลิ้มแห่งนี้ โดยมาเริ่มบุกเบิก
ตอนมาใหม่ๆ ซึ่งมีผู้บริจาคที่แล้ว วัดก็ยังขาดปัจจัย จึงขอความช่วยเหลือจาก อบต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว โดยนายก อบต.ช่วยเหลือเรื่องถนนเพราะชาวกรุงเทพฯ จะเข้ามาเที่ยวชม และมาหาพระครูเยอะมาก ส่วนเรื่องถนนทางเข้าด้านนอกจะลาดยาง ด้าน อบจ.และกรมชลประทานจะช่วยอีกแรงหนึ่ง โดยพยายามนำความเจริญมาให้ ก็ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.มาช่วยด้วย ซึ่งตอนนี้ที่วัดมีพระประจำอยู่ ๖ รูป
วัดจะอยู่ทางทิศตะวันออกจะมาทางเรือก็ได้ ฝั่งตรงข้ามจะเป็น จ.ปราจีนบุรี ตอนนี้กำลังสร้างศาลาการเปรียญประมาณ ๑๐ ล้านบาท จะสร้างโบสถ์หลังใหม่เพราะตอนนี้เป็นแค่วิหาร จะสร้างโบสถ์ถาวรอีกครั้ง สร้างเมรุ จะสร้างใหม่หมดเพราะวัดเป็นวัดใหม่ บ่อที่ยังไม่ได้ถมก็เหลืออยู่ ๑-๒ บ่อ ที่ถมไปแล้วก็ยังไม่พอเพราะมันต่ำไป
และวัดก็มีโครงการจะรับผู้สูงอายุและเด็ก รวมถึงเด็กอนาถา โดยจะนำมาดูแลและส่งเสริมให้มีวัฒนธรรม ให้ปฏิบัติธรรม รักษาศีล ให้บวชเณรในภาคฤดูร้อน
พระครูสมุห์ชัยรัตน์ บอกว่า ตัวท่านเองก็มีความต้องการที่จะช่วยเหลือชาวบ้านในละแวกนี้ และละแวกอื่นๆ อีกมากมาย ในเรื่องการค้าขาย โดยการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ จากร้ายกลายเป็นดี ซึ่งก็มีชาวบ้านทั้งใกล้และไกลต่างเดินทางมาหาท่านอย่างมากมาย ปัจจัยที่ท่านได้รับการถวายจากญาติโยมก็จะนำมาบำรุงวัดแห่งนี้ให้เจริญขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งท่านพระครูบอกว่า
ถ้าท่านต้องการร่วมพัฒนาวัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุงแห่งนี้ สามารถติดต่อได้ที่ พระครูสมุห์ชัยรัตน์ ชินะวะโร ติดต่อได้ที่หมายเลข โทร.๐๘-๕๐๙๓-๒๓๐๕, ๐๘-๙๙๓๖-๐๔๘๑
patsiri longsiri
ที่มา : คม ชัด ลึก ออนไลน์ www.patsiri.com

กระดานข่าว พระเครื่อง

กระดานข่าว พระเครื่อง
2 ธ.ค. 2009 ... ฉะเชิงเทรา จะผ่านตลาดบางขนาก แล้วจะมีป้ายบอกเส้นทางตลอดสายไปจนถึงวัดบัวลิ้มราษฎร์บำรุง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๒๑/๔ หมู่ ๒ ต.โยธะกา อ. ...
http://www.phra88.com/post.php?g=&qid=444 - 32k - Similar pages www.patsiri.com

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554